การคำนวณปริมาณน้ำสำรองดับเพลิง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

Last updated: 8 ก.พ. 2569  |  8446 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การคำนวณปริมาณน้ำสำรองดับเพลิง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการสำรองน้ำ เพื่อใช้ในการดับเพลิงสำหรับอาคาร และโรงงานไว้ว่า อาคารที่มีความสูงเกิน 23 เมตร หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ที่มีพื้นที่เกินกว่า 10,000 ตารางเมตร ต้องมีระบบป้องกันเพลิงไหม้ ซึ่งประกอบด้วยระบบท่อยืน, ถังเก็บน้ำ หรือแท้งค์น้ำสำรอง และหัวรับน้ำดับเพลิง โดยต้องมีปริมาณการจ่ายน้ำในกรณีฉุกเฉินไม่น้อยกว่า 30 ลิตรต่อวินาที สำหรับท่อยืนท่อแรก และไม่น้อยกว่า 15 ลิตรต่อวินาที สำหรับท่อยืนอื่นๆ ที่ติดตั้งเพิ่มในอาคารเดียวกัน แต่รวมกันแล้วไม่จำเป็นต้องมากกว่า 95 ลิตรต่อวินาที และทั้งหมดนี้จะต้องสามารถจ่ายน้ำได้อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที

สำหรับการคำนวณว่าแต่ละอาคาร และโรงงานอุตสาหกรรมต้องมีปริมาณน้ำสำรองสำหรับดับเพลิงไหม้ไว้เท่าไหร่ สามารถคำนวณโดยใช้สูตรนี้

GMP (อัตราการไหลของปั๊มน้ำดับเพลิง) x 3.785 (ค่าหน่วยแกลลอนแปลงเป็นหน่วยลิตร) x 30 (ระยะเวลาหน่วยเป็นนาที) = ปริมาณน้ำสำรองดับเพลิงไหม้

อ้างอิงจากข้อกำหนดตามมาตรฐานและกฎหมาย

การกำหนดปริมาณน้ำเพื่อสำรองน้ำสำหรับระบบดับเพลิงด้วยน้ำที่เหมาะสม สามารถอ้างอิงจากข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เป็นมาตรฐานสากลอย่าง NFPA และกฎหมายภายในประเทศไทยได้ โดยส่วนใหญ่นั้นจะมีการระบุเกี่ยวกับการสำรองน้ำสำหรับระบบดับเพลิงด้วยน้ำอยู่ที่ประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย​ หมายถึงจะต้องสำรองน้ำให้เพียงพอในการจ่ายให้อุปกรณ์อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 30 นาที แต่จะมีรายละเอียดที่ระบุถึงระยะเวลาที่เหมาะสม ตามแต่ละประเภทของระบบดับเพลิงด้วยน้ำที่เลือกใช้ และสอดคล้องกับประเภทของอาคารสถานที่อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น 

ระบบดับเพลิงด้วยน้ำแบบกระจายน้ำอัตโนมัติ (ระบบ Sprinkle) จะระบุปริมาณน้ำที่เหมาะสมจากประเภทพื้นที่ความอันตราย ดังนี้

พื้นที่อันตรายน้อย สำรองน้ำ 30-60 นาที
พื้นที่อันตรายปานกลาง สำรองน้ำ 60-90 นาที
พื้นที่อันตรายมาก สำรองน้ำ 90-120 นาที

ระบบดับเพลิงด้วยน้ำแบบท่อยืนและสายสูบน้ำ ซึ่งในกฎหมายแต่ละฉบับต่าง ๆ นั้นมีการระบุถึงการเตรียมการของประเภทอาคารสถานที่รูปแบบต่าง ๆ เอาไว้ และมีการระบุถึงขนาดของเนื้อที่และปริมาณน้ำสำรองที่เหมาะสมสำหรับระบบดับเพลิงด้วยน้ำ เช่น

ระบุตามประเภทอาคาร อาคารที่มีความสูงเกิน 23 เมตร และอาคารขนาดใหญ่พิเศษ มีพื้นที่เกิน 10,000 ตารางเมตร จะต้องมีการออกแบบให้มีค่าความดัน อัตราการไหล ปริมาณการจ่ายน้ำให้เหมาะสมตามข้อกำหนด และต้องสำรองจ่ายได้ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที 

อาคารประเภทโรงงาน กำหนดให้ติดตั้งระบบดับเพลิงให้เป็นไปตามที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล และจะต้องจัดเตรียมปริมาณน้ำให้เพียงพอสำหรับจ่ายน้ำให้อุปกรณ์ดับเพลิงได้อย่างต่อเนื่องในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที

ระบุตามขนาดของเนื้อที่เนื้อที่ไม่เกิน 250 ตารางเมตร  ปริมาณน้ำ สำรอง 9,000 ลิตร
เนื้อที่เกิน 250 ตารางเมตรแต่ไม่เกิน 500 ตารางเมตร สำรอง 15,000 ลิตร
เนื้อที่ เกิน 500 ตารางเมตรแต่ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร สำรอง 27,000 ลิตร
เนื้อที่เกิน 1,000 ตารางเมตร สำรอง 36,000 ลิตร

หมายเหตุ

อาคารที่ติดตั้ง ระบบ SPK ก็จะอ้างอิงมาตรฐาน วสท.กับ NFPA13 คือดูตามพื้นที่ครอบครอง
สำหรับอาคารโรงงาน และมี Warehouse ติดตั้ง SPK จำพวก ESFR อันนี้ ต้องไปดูเพิ่มเติมนะครับ จะมาติด 30 นาที ตามกฏหมายก็ไม่เหมาะสม ใน NFPA13 ก็จะมีแนะนำอยู่


ตัวอย่างการคำนวณ เช่น
อาคารสูง มีจำนวนท่อยืนทั้งหมด 3 ท่อยืน อัตราการไหล ของ Fire pump คือ 1,000 gpm เป็นอาคารอันตรายน้อย ปริมาณน้ำสำรองจะได้ว่า
ปริมาณน้ำสำรอง คิด 30-60 นาที / Fire pump = 1,000 gpm ( คำนวณเลือก 30 นาที)
ปริมาณน้ำสำรอง = (1,000 x 3.78) x 30/1,000 = 113.4 Cu.m.

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบดับเพลิง,ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้,ระบบไฟฟ้า
Website : www.patthawin.com
Facebook : https://www.facebook.com/PatthawinEng
LINE :  jetsada.kp
Email : ptwin.eng@gmail.com
Tel : 091-719-6815, 02-108-5730, 02-120-7828

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้